Showing posts with label zleon's food. Show all posts
Showing posts with label zleon's food. Show all posts

Saturday, August 7, 2010

It's saturday, it's BBQ!


Dorade
Champignon
น้ำพริกกะปิ

จัดไป...
ปล. ตอนท้ายแถมมะเขือเทศกับปาปริก้าที่เราปลูกเองด้วย อิอิ









Tuesday, August 3, 2010

เต้าหู้ผัดบล็อคโคลี่ ของดีแสนอร่อย

เสียดายลืมถ่ายรูปอีกแระ

ใช้เต้าหู้ญี่ปุ่นแบบทอดสำเร็จมาแล้วหนึ่งก้อน หั่นเป็นทรงคล้ายๆเต้าหู้ใส่ผัดไท พักไว้
ซอยกระเทียม พักไว้
ลวกบล็อคโคลี่กับน้ำร้อนใส่เกลือเล็กน้อยให้เขียวกรอบ แล้วพักไว้ ราดน้ำมันหอยทิ้งไว้บนผัก

ตั้งกระทะ ใส่น้ำมันให้ร้อน

พอน้ำมันร้อนก็ใส่กระเทียมผัดให้หอม
ใส่เต้าหู้ตามผัดพอเต้าหู้แห้งๆหน่อย
ก็ใส่ผักลงไปโลด จากนั้นคลุกๆให้เข้ากันสองสามที
เหยาะซีอิ๊วขาวลงไปเล็กน้อย น้ำตาลปลายก้อย
พริกไทยดำให้ทั่ว ซีแอบใส่พริกไทยขาวลงไปอีกหน่อยเพราะกลิ่นมันไม่เหมือนกัน
คลุกๆๆๆๆ ปิดไฟ

ทานกับข้าวสวยร้อนๆ หรอยแรงๆๆๆๆๆๆ ไม่มีเนื้อสัตว์โฮะๆๆๆๆ
อิ่มเบาๆท้องดีนักแล หุๆ

คิดถึงอาหาร ทำงานไม่ได้ กลุ้ม

ไม่ได้งานเล้ยวันนี้
นั่งทำงานที่ออฟฟิศ ตั้งแต่เช้า... เขียนได้ไม่ถึงครึ่งหน้า...
เซงจริต...

คิดถึงแต่ข้าวผัดกระเพราไก่ไข่ดาว ก๋วยเตี๋ยวต้มยำ แห้งชาม น้ำชาม
คั่วไก่เนื้อล้วนพิเศษสักหนึ่งชาม ตอนบ่ายๆขอเต้าฮวยร้อนๆถ้วยนึง
เย็นๆค่อยไปจัดหมูสับผัดหนำเลี๊ยบ ผักบุ้งไฟแดง มะระผัดไข่ ข้าวต้มร้อนๆสองถ้วย

อ๊ากกกกกกกกก อยากกลับเมืองไทย ฮือๆๆ

Sunday, August 1, 2010

my food, my friends, one night


เปิดไปเจอรูปนี้โดยบังเอิญจริงๆ ทำให้นึกขึ้นมาได้ถึงบรรยากาศวันนั้น อ่า...แค่คิดก็มีความสุขแล้ว
จะมีอะไรดีไปกว่าการได้ทานอาหารที่เราทำเอง(สุดฝีมือ)กับเพื่อนดีๆ ในบรรยากาศสบายๆแบบนี้

พวกเราเริ่มต้นด้วยการไปซื้อของสดด้วยกัน ก่อนจะกลับมาที่หอของข้าพเจ้าเอง ปล่อยให้เพื่อนเล่น Band Hero กันไปส่วนเราก็ทำกับข้าว

ทานกันอิ่มหนำแล้วก็เล่นแบนด์ฮีโร่ต่อ ก่อนที่พวกมันจะกลายเป็นเครื่องล้างจานไป ฮ่าๆๆๆ
Benoit, Frederic, Yoann, Ayuth

Monday, July 5, 2010

มาทานมังสวิรัติกันดีกว่า

เหตุเกิดจากเมื่อวานนั่งหาสูตรทำขนม เลยได้ไปเจอกับเวป เรือนไทย2 (http://rueanthai2.lefora.com/)
แล้วเผอิญไปป๊ะกับหมวด "ครัวมังสวิรัต" บวกกับความชอบกินเห็ด เป็นชีวิตจิตใจ เลยคิดว่าจะลองทำอาหารมังสวิรัติทานดูซักระยะ ที่เลือกไว้มีดังนี้...

http://rueanthai2.lefora.com/2010/02/02/20100202212043/
ตัวนี้ได้ลองแล้วทันทีเมือวาน อร่อยนะ แต่เพื่อนไม่ค่อยชอบ บอกว่าเหม็นงาไหม้ -__-" ไอ้เราก็ว่ามันหอม

http://rueanthai2.lefora.com/2010/01/16/20100116231751/
เมื่อวานลองแล้วเหมือนกัน แต่ว่าใบกระเพราเราไม่ค่อยสด เลยไม่ค่อยหอมและเหนียวไปหน่อย แต่เห็ดอร่อยดี (แอบใส่ไส้กรอกที่ย่างเหลือไว้จากวันก่อนด้วย อร่อยอ่ะ ไส้กรอก ฮ่าๆๆ)

http://rueanthai2.lefora.com/2009/05/07/20090507204039/
อันนี้เดี๋ยวจะโดนมิใช่น้อย

แล้วจะลองเสาะหาเมนูอื่นๆมาเพิ่มนะจ๊ะ

Thursday, June 17, 2010

สองวันนั้นที่ฉันขายอาหาร (1)

เดือนเมษายนที่ผ่านมา มีโอกาสลงมือ "ทดลอง" ขายอาหารไทยที่ลักเซมเบิร์กนี่แหละ ถึงจะไม่สามารถทำต่อได้ด้วยเหตุผลบางประการซึ่งจะเล่าต่อไปในบล็อกวันนี้ แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีในการพูดคุยกับทั้ง "ลูกค้า" ซึ่งเป็นเพื่อนของเราเอง และ "ผู้ร่วมงาน" ซึ่งเป็นแม่ของเพื่อน
ก่อนอื่นต้องเกริ่นก่อนว่า เราอยากทำร้านอาหารมาได้สองปีแล้ว เรียกได้ว่าพอเริ่มอยู่ที่นี่ได้อย่างลงตัวแล้ว เริ่มทำอาหารเป็น เราก็รู้สึกอยากเรียนทำอาหารเพิ่มเติม อยากให้คนชิมอาหารของเรา และชม(ด้วยนะ) ว่าอร่อย

ความอยากเปิดร้านอาหารเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆตามรสมือที่ดีขึ้นเรื่อยๆ เทคนิคหลากหลายมาจากการค้นหาข้อมูล ทั้งจากพ่อแม่เราเอง น้องเอิร์ธ อินเตอร์เน็ต จากแม่เพื่อนซึ่งต่อมาได้ลองร่วมงานกันที่ว่า และจากคุณย่า (โบ๊มี่--ที่เราเคยบล็อกไว้) จนวันนึงเราก็นั่งคิดเล่นๆกับเพื่อนว่า ถ้าเราทำร้านอาหาร ต้นทุน ราคาอาหาร ความยากง่ายจะเป็นอย่างไร

เราก็พบคำตอบในใจว่า "เฮ้ย เราชอบที่จะทำร้านอาหาร และเราน่าจะทำได้นะ" แต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า "เราไม่มีเวลาพอที่จะเรียนไปด้วย และเปิดร้านอาหารได้ด้วยแรงหลักจากตัวเราเอง" เรื่องของกำลังทรัพย์นั้นยังไม่ค่อยกังวลเท่าไร แต่เรื่องของผู้ร่วมงานต่างหากที่หนักใจมากที่สุด

เราจะหาใครหนอที่ทำอาหารอร่อย ในแบบที่เราพอใจ และเราไว้ใจได้... หนทางดูมืดมนหากเราไม่ใช่คนลงมือเอง

19 เมษายน 2010 อยู่ดีๆก็คุยกับเพื่อน และแม่เพื่อนขึ้นมาเรื่องการเปิดร้านอาหาร ในขณะที่แม่เพื่อนนั้นเพิ่งเลิกกิจการร้านขายเสื้อผ้าเด็กและชุดชั้นใน บวกกับความเป็นแม่ครัว(ในครอบครัวตัวเอง)ที่ทำอาหารใช้ได้เลยทีเดียว เราจึงคิดกันว่าไม่เลวที่จะลองเปิดร้านอาหารดู โดยในตอนแรก เราก็ออกไอเดียว่า ให้ทำบริการส่งอาหารกลางวันก่อน หรือ lunch box นั่นเอง โดยอาหารจะต้องถูกสั่งล่วงหน้าหนึ่งวัน พอเที่ยงก็นำมาส่ง ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อเป็นการลองตลาด ความพึงพอใจในรสชาติ ปริมาณ รวมถึงจะได้คะเนถึงลักษณะการทำงาน และความพร้อมของผู้ร่วมงานในการทำธุรกิจนี้ไปด้วย

ต้องเกริ่นกันอีกหน่อยว่า คุณแม่เพื่อนนั้นสามารถลงหุ้นได้แค่ หนึ่งหมื่นยูโร ซึ่งถือว่าน้อยมากในการทำธุรกิจที่นี่ ดังนั้นหุ้นใหญ่ก็ต้องเป็นตัวข้าพเจ้าและตัวเพื่อน เรื่องหนักที่แม่เพื่อนคือการเข้าครัว ดูแลอาหารทั้งหมด และการส่งด้วย เราจะเป็นคนหาลูกค้าและมาเก็ตติ้ง รวมถึงการทำBusiness planing ทั้งหมดจะทำคู่กับเพื่อนด้วย ลูกค้าหลักในช่วงต้นของการทดลองก็คือเพื่อนของข้าพเจ้าเอง ส่วนใหญ่เพื่อนๆติดใจในฝีมือการทำอาหารของเราอยู่แล้ว (ไม่ได้แกล้งชมตัวเองนะ มันติดใจกันจริงๆ) และก็เคยแซวกันเล่นๆมาหลายครั้งว่า เราเปิดร้านอาหารได้ ทำให้เรามั่นใจว่า ถ้าเราจะทำการทดลองกับพวกมัน มันก็ยินดีแน่นอน ซึ่งแน่นอนว่าเราก็มั่นใจในฝีมือทำอาหารของคุณแม่เพื่อนด้วยว่าทำอร่อยไม่ด้อยไปกว่าเราแน่นอน ถึงแม้ว่าบางรายการเราจะมีรายละเอียดปลีกย่อยด้านความชอบที่ต่างกัน แต่โดยรวมแล้วแม่เพื่อนสามารถทำอาหารได้อร่อยกว่า และที่สำคัญเร็วกว่าเราทำเสียอีก

หลังจากพูดคุยกันในหลักการคร่าวๆ เราก็คุยกันถึงเรื่องรายการอาหาร และราคาของอาหารที่เราจะ "ทดลอง" ในช่วงแรกนี้ การพูดคุยกันในวันนั้นเป็นแบบสบายๆ จนเราเองก็นึกห่วงอยู่เหมือนกันว่า เอ...จะทำธุรกิจ ที่เป็นธุรกิจจริงจังกันได้ไหมหนอ... แต่ก็เอาละ คิดว่าเพราะเป็นการพูดคุย และจะลงมือทดลองอย่างง่ายครั้งแรก ครั้งต่อไปหรือเมื่อเริ่มจริงจังแล้วก็คงจะดีขึ้นเองน่า (ซึ่งคิดผิดจริงๆเล้ย)

ผลสรุปวันนั้นคือเราจะทำอาหารประมาณสี่อย่างเท่านั้น ก็คือข้าวผัดไก่ ข้าวผัดกุ้ง แกงไก่ราดข้าว และปอเปี๊ยะ ราคาแม่เพื่อนก็ว่าให้เรากะเอาเอง (ตะหงิดตั้งแต่ตรงนี้ละ ไม่มีความเป็นวิทยาศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น)

กลับมาจากการพูดคุยตื่นเต้นปนกังวลเล็กน้อย เนื่องจากการทดลองนี้จะว่าไปก็ยังผิดกฏหมายอยู่เพราะเรายังไม่มีใบอนุญาติเปิดร้านอาหาร แต่เรากำลังจะเสนอขายอาหาร(เก็บตังค์จริงๆ) ดังนั้นเรากับเพื่อนก็รีบเร่งติดต่อ Chambre de Commerce เพื่อทำเอกสารยื่นประกอบการขออนุญาตทำธุรกิจอาหารแบบส่ง (delivery)

Business Plan ถูกร่างขึ้นโดยรวดเร็ว รายละเอียดที่มากมายทำให้เราต้องคิดถึงหลากหลายประเด็นที่เราไม่เคยคิดถึงมาก่อน มันมีความละเอียดอ่อนมากมายในแผนงานที่เราค่อยๆเขียนขึ้น(แต่อย่างรวดเร็ว) อย่างไรก็ดี แพลนงานต้องชะงักที่รายละเอียดต้นทุน เนื่องจากไม่มีใครในกลุ่มเราเคยเปิดร้านอาหารมาก่อน...

20 เมษายน 2010 เราเอาแนวความคิดไปลองคุยกับเพื่อนๆ ปรากฏว่าทุกคนตื่นเต้นไปกับเรา และอยากลองทานอาหารของเรากันใหญ่ ดังนั้นเราจึงกลับมาทำรายการอาหารคร่าวอย่างรวดเร็วตามนี้





Sunday, August 16, 2009

รายการอาหาร ในโอกาสฉลองที่เพื่อนแต่งงาน Julien&Caroline

หนึ่ง. แกงเขียวหวานไก่
สอง. ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์
สาม. ข้าวผัดกุนเชียง
สี่. แหนมทอด
ห้า. ยำเนื้อ (น้ำตก ประมาณนั้น)
หก. ไข่เจียว
เจ็ด. ข้าวเปล่า

กินกันเกลี้ยงจนไม่สามารถเอารูปมาอวดได้ สายเกินที่จะถ่าย มันฟาดกันเร็วมาก ฮ่าๆๆๆๆๆ

Monday, May 25, 2009

4 days in da paradise... (my own room)

What a happy life within a (not) so small room of mine...
Now I have a dining table (for real this time, not a children table anymore), plus plus a new set of table knifes, spoons, and forks.

Yum yum, I also bought two new bowls, beige color, and they are very suit to hold 'Tom Yum Kung'. Actually the first thing I put into it was 'MA-MA Tom Yum Kung' (555 too lazy to cook the real one -*-). However, the very next meal I had 'Pa-nang Moo' in it, ei ei. This Pa-nang, I cooked a lot for Julien too but he didn't come to office on Friday (and I didn't go on that day), so it's his fault ^^".

Well well, I had enough Pa-nang Moo for 4 meals :D

What's next?... Oh in my terrace, Strawberries, Cocktail Tomatoes and Paprika plants are laid down under this hot and sunny weather. I hope you little baby will grow fast and give me the fruit soon... A-men

Saturday, May 2, 2009

Tips สำหรับการทำอาหารไทย ตอนที่ หนึ่ง

ผัดพริกขิงหมูกับถั่วฝักยาว
ให้หมักหมูกับน้ำปลาเล็กน้อยก่อน
ต้มถั่วฝักยาวพอสุกพักไว้
แล้วผัดหมูพอสุกพักไว้
ผัดน้ำพริกเครื่องแกงให้พอหอม แล้วค่อยใส่หมู ปรุงรส ใส่ถั่ว ยกขึ้น

พะแนง
ไก่
ให้รวนไก่พอสุกพักไว้
ผัดพริกแกงกับน้ำมันให้หอม เติมกะทิ ใช้ไฟอ่อน ให้แตกมัน
ใส่ไก่และส่วนผสมอื่น ปรุงรส เคี่ยวไฟอ่อนให้ไก่นุ่ม ตามด้วยโหระพายกขึ้น
เนื้อ
ต้องเคี่ยวเนื้อกับหางกะทิให้เปื่อยก่อนผัดกับพริกแกงแตกมัน

แกงจืดวุ้นเส้น
รากผักชี พริกไทย กระเทียมโขลกละเอียด แล้วเอาไปผัดให้หอม
ตามด้วยหมู หรือหมูสับ
ปรุงรสด้วยน้ำปลา
แล้วเติมน้ำซุปนิดหน่อย
ใส่วุ้นเส้นที่แช่น้ำไว้ และเครื่องผักอื่นๆ ผัดประมาณห้านาที
เติมน้ำซุปที่เหลือตั้งไฟให้เดือด แล้วใส่น้ำปลาชิมรส
ปิดท้ายด้วยใส่ต้นหอมหั่นท่อนสั้น แล้วยกลง

แกงจืดมะระยัดไส้หมูสับ
รากผักชี พริกไทย กระเทียมโขลกละเอียด ผสมกับหมูสับ และซีอิ๊วขาวนิดหน่อย

Sunday, March 8, 2009

เทียบอัตราส่วนแบบต่างๆ ในการทำอาหาร และขนม

แบบที่1
1 ช้อนโต๊ะ=3 ช้อนชา
1 ถ้วย=16 ช้อนโต๊ะ
1 กิโลกรัม=2.21 ปอนด์
1 ปอนด์=454 กรัม
1 ปอนด์=16 ออนซ์

เนย
1 ออนซ์=2 ช้อนโต๊ะ
1 ถ้วย=8 ออนซ์
1 ถ้วย=1/2 ปอนด์
1 ถ้วย=227 กรัม

น้ำตาลทรายขาวละเอียด
1 ถ้วย=180 กรัม
2 1/2 ถ้วย=1 ปอนด์

น้ำตาลทรายแดง
1 ถ้วย=185 กรัม
2 2/5 ถ้วย=1 ปอนด์

เม็ดมะม่วงหิมพานต์
1ถ้วย(ยังไม่บด) เท่ากับ 130กรัม
1ถ้วย(บดแล้ว) เท่ากับ140กรัม

ถั่วลิสงคั่ว
1ถ้วย(ยังไม่บด) เท่ากับ120กรัม
1ถ้วย(บดแล้ว) เท่ากับ 125กรัม

แป้งเค้ก โดยเฉลี่ย
1 ถ้วย(ยังไม่ร่อน) เท่ากับ 105กรัม
1ถ้วย (ร่อนแล้ว) เท่ากับ 90กรัม

แป้งเอนกประสงค์โดยเฉลี่ย
1ถ้วย(ยังไม่ร่อน) เท่ากับ 115กรัม
ถ้วย(ร่อนแล้ว) เท่ากับ 100กรัม

ผงฟู
1ช้อนชา เท่ากับ 2.5กรัม

โซดาไบคาร์บอเนต
1ช้อนชา เท่ากับ 3กรัม

ลูกเกด
1ถ้วย(ยังไม่หั่น) เท่ากับ 145กรัม
1ถ้วย (หั่นแล้ว) เท่ากับ 150กรัม

อินทผลัม
1ถ้วย (แกะแต่เนื้อ) เท่ากับ120กรัม
1ถ้วย (แกะและหั่น) เท่ากับ 135กรัม

น้ำ
1ถ้วย เท่ากับ 220กรัม


แบบที่2

มาตราส่วนทั่วไป

3 ช้อนชา = 1 ช้อนโต๊ะ
2 ช้อนโต๊ะ = 1 / 8 ถ้วยตวง
4 ช้อนโต๊ะ = 1/ 4 ถ้วยตวง
12 ช้อนโต๊ะ = 3/ 4 ถ้วยตวง
16 ช้อนโต๊ะ = 1 ถ้วยตวง
1 ไพน์ = 2 ถ้วย
1 ควอท = 4 ถ้วย
1 แกลลอน = 4 ควอท
1 ออนซ์ (ของเหลว) = 2 ช้อนโต๊ะ
1 ถ้วย = 8 ออนซ์
1 ออนซ์ (ของแห้ง) = 28.3 กรัม
1 ปอนด์ = 16 ออนซ์ หรือ 454 กรัม
1 กิโลกรัม = 2.2 ปอนด์

มาตราส่วนสำหรับแป้งสาลี
แป้งขนมปัง (ตราห่าน) 1 ถ้วย = 110 กรัม
แป้งเอนกประสงค์ (ตราว่าว) 1 ถ้วย = 95 กรัม
แป้งเค้ก (ตราพัดโบก) 1 ถ้วย = 90 กรัม
แป้งสาลีชนิดเบาที่สุด (ตราบัวแดง)
ถ้วย = 90 กรัม
แป้ง Whole Wheat 1 ถ้วย = 70 กรัม
แป้งข้าวโพด 1 ถ้วย = 100 กรัม
ข้าวโอ๊ต 1 ถ้วย = 75 กรัม

มาตราส่วนสำหรับส่วนผสมชนิดอื่น ๆ
(1) น้ำตาล
น้ำตาลทราย 1 ถ้วย = 185 กรัม
น้ำตาลทรายแดง 1 ถ้วย = 180 กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง 1 ถ้วย = 85 กรัม
น้ำผึ้ง 1 ถ้วย = 300 กรัม

(2) ไขมัน
เนยสด (หรือมาการีน) 1 ถ้วย = 200 กรัม
เนยขาว 1 ถ้วย = 185 กรัม
Peanut Butter 1 ถ้วย = 240 กรัม
Pastry Margarine 1 ถ้วย = 200 กรัม
น้ำมันพืช 1 ถ้วย = 200 กรัม

(3) ไข่
ไข่ไก่ (ขนาดกลาง) 1 ฟอง = 50 กรัม
ไข่แดง 1 ฟอง = 17 กรัม
ไข่ขาว 1 ฟอง = 33 กรัม

(4) นมและผลิตภัณฑ์นม
นมข้นจืดระเหย 1 ถ้วย = 240 กรัม
นมผงขาดมันเนย 1 ถ้วย = 120 กรัม
ครีมข้น 1 ถ้วย = 225 กรัม
วิปปิ้งครีมสด 1 ถ้วย = 200 กรัม

(5) สารขึ้นฟู
ยีสต์แห้ง 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
โซดาไบคาร์บอเนต (Baking Soda) 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
ผงฟู (Baking Powder) 1 ช้อนโต๊ะ = 8 กรัม
ครีมออฟทาร์ทาร์ (Cream of Tartar) 1 ช้อนโต๊ะ = 7 กรัม
แอมโมเนีย (เช้าก่า) 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม

(6) เบ็ดเตล็ด
ผงโกโก้ 1 ถ้วย = 65 กรัม
Chocolate สำเร็จรูป 1 ถ้วย = 200 กรัม
Chocolate สำเร็จรูปสำหรับแต่งหน้า 1 ถ้วย = 120 กรัม

น้ำ 1 ถ้วย = 225 กรัม
วานิลา 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม
กาแฟสำเร็จรูป 1 ช้อนโต๊ะ = 2 กรัม
น้ำใบเตยคั้นข้น 1 ช้อนโต๊ะ = 15 กรัม
เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ = 10 กรัม


แบบที่3
มาตรส่วนเปรียบเทียบน้ำหนักและการตวง ของ UFM

แป้งพัดโบก,บัวแดง 1 ถ.= 90 ก. , 3/4 = 67.5 , 2/3 = 60 , 1/2 = 45 , 1/3 = 30 , 1/4 = 22.5 ,
1ช.ต. = 5.6

แป้งว่าว 1 ถ.= 95 ก., 3/4 = 71.3 , 2/3 = 60 , 1/2 = 47.5 , 1/3 = 31.6 , 1/4 = 23.8 , 1 ช.ต. = 5.9

แป้งห่าน 1 ถ. = 110 ก., 3/4 = 82.5 , 2/3 = 73.3 , 1/2 = 55 , 1/3 =36.6 , 1/4 = 27.5 , 1 ช.ต. = 6.8

น้ำตาลทราย 1 ถ. = 185 ก., 3/4 = 138.8 , 2/3 = 123.3 , 1/2 = 92.5 , 1/3 = 61.6 , 1/4 = 46.3 ,
1 ช.ต. = 11.5

น้ำตาลทรายแดง 1 ถ. = 180 ก., 3/4 = 135 , 2/3 = 120 , 1/2 = 90 , 1/3 = 60 , 1/4 = 45 , 1 ช.ต. = 11.3

ไอซิ่ง 1 ถ. = 100 ก., 3/4 = 75 , 2/3 = 66.6 , 1/2 = 50 , 1/3 = 33.3 , 1/4 = 25 , 1 ช.ต. = 6.2

เนยสด,มาร์การีน 1 ถ. = 200 ก., 3/4 = 150 , 2/3 = 133.3 , 1/2 = 100 , 1/3 = 66.6 , 1/4 = 50 ,
1 ช.ต. = 12.5

เนยขาว 1 ถ. = 185 ก., 3/4 = 138.8 , 2/3 = 123.3 , 1/2 = 92.5 , 1/3 = 61.6 , 1/4 = 46.3 , 1 ช.ต. = 11.5

นมสด 1 ถ. = 244 ก., 1/2 = 122 , 1/3 = 81 , 1/4 = 61 , 1 ช.ต. = 12

นมผง 1 ถ. = 120 ก., 3/4 = 90 , 2/3 = 80 , 1/2 = 60 , 1/3 = 40 , 1/4 = 30 , 1 ช.ต. = 7.5

น้ำ 1 ถ. = 225 ก., 3/4 =168.7 , 2/3 = 150 , 1/2 = 112.5 , 1/3 = 75 , 1/4 = 56.2 , 1 ช.ต. = 14.06

ผงโกโก้ 1 ถ. = 65 ก., 3/4 = 48.7 , 2/3 = 43.2 , 1/2 = 32.5 , 1/3 = 21.6 , 1/4 = 16.2 , 1 ช.ต. = 4.06

ยีสต์ 1 tbsp = 7 g , 1 tsp = 2.3 , 1/2 tsp = 1.1 , 1/4 tsp = 0.5

เบคกิ้งโซดา 1 tbsp = 10 , 1 tsp = 3.3 , 1/2 tsp = 1.6 , 1/4 tsp = 0.8

ผงฟู 1 tbsp = 8 , 1 tsp = 2.6 , 1/2 tsp = 1.3 , 1/4 tsp = 0.6

น้ำหอม,เกลือ,น้ำมะนาว 1 tbsp = 10 , 1 tsp = 3.3 , 1/2 tsp = 1.6 , 1/4 tsp = 0.8

พริกไทยป่น 1 tbsp = 6 , 1 tsp = 2 , 1/2 tsp = 1 , 1/4 tsp = 0.5

อบเชยป่น 1 tbsp = 3 , 1 tsp = 1 , 1/2 tsp = 0.5 , 1/4 tsp = 0.25

แป้งตราห่าน -- แป้งทำขนมปังค่ะ
แป้งตราว่าว (อันนี้คือ All-purpose ใช่ป่าวเอ่ย) -- ถูกต้องนะค้าบบบบ
แป้งตราบัวแดง -- แป้งสาลีชนิดพิเศษ เห็นว่าเหมาะกับการทำปุยฝ้ายค่ะ
แป้งตราพัดโบก-- แป้งเค้กค่ะ

ขอขอบคุณข้อมูลจากกระทู้นี้คะ

Thursday, September 4, 2008

อยากทำหมูคั่วกลิ้ง

http://topicstock.pantip.com/food/topicstock/2008/04/D6534664/D6534664.html

เอาเป็นว่า จะลองไปหาซื้อขมิ้นมาตำเครื่องแกงวันพรุ่ง
เอ้าไปดูกันสิว่าต้องมีไรบ้าง ว้า น้ำลายไหลแล้วอ่ะ ฮ่าๆๆๆ

พริกแห้ง
พริกไทยดำแห้ง

ทั้งสองปั่นละเอียด

ตะไคร้ ครึ่งต้น
ขมิ้น หัวแม่มือ
หอมแดงนิดหน่อย
กระเทียมเช่นกัน

ใส่เกลือแล้วจับตำให้ละเอียด จากนั้นใส่พริกป่นที่ปั่นไว้แล้วตำอีก

กะปิ หนึ่งช้อนโต๊ะ

รวมตำให้ทั่ว เสร็จแล้วเอาลงผัดไฟอ่อน โดยไม่ต้องใส่น้ำมัน พอเครื่องแกงหอมใส่หมูสับผัดให้ทั่ว
ใช้ไฟอ่อนตลอด

หัวกะทิ สามถึงสี่ช้อนโต๊ะ

โรยใบมะกรูดกับพริกแดง ก็เสร็จ

เฮ้อ... อยากกินเร็วๆๆๆๆๆๆๆ

Sunday, May 4, 2008

Basic Utensil in Kitchenware

เรื่องมันมีอยู่ว่า ตอนนี้ข้าพเจ้ามีมีดอยู่อันเดียว ใช้ทำสารพัดอย่างตั้งแต่หั่นเนื้อ แล่ปลา หั่นผัก ปลอกเปลือกแครอทในบางคราว (ที่ขี้เกียจหยิบที่ปอกเปลือกมาทำ) หั่นสิ่งละอันพันละน้อยในครัว ก็ได้ไอ้มีดอันโตนี่ทำทั้งหมด 

แต่ก็สังเกตุชาวบ้านชาวช่อง คนยุโรป ทำไมแม่มมีมีดหลายแบบนักวะ หรือเราก็ควรเข้าใจการใช้มีดก่อน ที่จะมาสเตอร์การทำอาหารจริงๆ ว่าแล้วก็ลงมือ (จริงๆคิดไว้นานละ เพิ่งจะนึกออกเอาวันนี้!... เอ้าไม่เป็นไร ไม่มีคำว่าสายใช่ไหม...น่านปลอบใจตัวเองอีก) เริ่มจาก วิกีพิเดีย ไล่ไปเวปไซต์ยี่ห้อดังๆ ก็เลยเอารูปมารวบรวมไว้ คือว่า แต่ละแบรนด์ แต่ล่ะซีรีส์มันหน้าตาต่างกัน นิดๆหน่อยๆ เลยต้องเอามาให้ดูไปพร้อมๆกันว่ามันไอ้ประมาณนี้นะว้อย ฮุฮุ 

สุดท้ายของการทำรีเสิร์ทครั้งนี้ได้ข้อสรุปว่า ข้าพเจ้าต้องการ Peeling Knife (หรือที่บางครั้งถูกเรียกว่า Tourne Knife) หรือ Paring Knife นั่นเอง สืบเนื่องจากว่า ไอ้การหั่นผักเล็กๆด้วยมีดอันโตมันก็ไม่ใช่เรืองลำบากไรนัก นอกเสียจากว่าเสียเวลา กว่าจะเงื้อง้างนันเอง 

อ้อลืมบอกไปว่ามีดอันโตที่ใช้อยู่นั้น เป็น Chef's Knife แบบของเยอรมันซะด้วย กล่าวคือมีหน้าท้อง (เหมือนเจ้าของฮ่าๆๆ) ซึ่งของฝรั่งเศสจะเป็นแบบสามเหลี่ยมไม่ค่อยมีหน้าท้องเท่าไรจ้า (เอ้าแต่รูปในวันนี้ไม่ค่อยมีของฝรั่งเศสแท้ๆเลยเน้อ ต้องขออภัย)








peeling and paring knife 


==================================






Boning Knife 


==================================





Bread Knife 




==================================



Breakfast Knife








===================================










Chef's Knife



=================================

Sunday, April 13, 2008

ทำอาหารเลี้ยงเพื่อน

กระเพรา ต้มยำไก่ ต้มข่าไก่ ผัดไท



Friday, April 11, 2008

เมนูนี่ชื่อว่า วุ้นเส้นผัด(ไท)

สำหรับเส้น 250 g. ใกล้จะกินก็จับแช่น้ำไว้ก่อน ปล. เราชอบแช่น้ำให้มันอวบๆหน่อย แต่อย่านิ่มไป เพราะเด๋วจะเละเวลาผัดนะ

ทำน้ำซอสไว้ก่อน ง่าย และเร็วดังนี้
น้ำมะขามเปียก หกถึงเจ็ดช้อนโต๊ะ ชอบเปรี้ยวมากก็ใส่มาก หรือทำน้ำให้ข้นเข้าไว้
ซอสมะเขือเทศ สี่ถึงห้าช้อนโต๊ะ 
ซีอิ๊วขาว สองช้อนโต๊ะครึ่ง
น้ำตาลทราย หกช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีน้ำตาลปี๊ปนะ แต่ถ้ามีน้ำตาลปี๊ป ให้ใส่สองช้อนน้ำตาลทราย และ สามช้อนน้ำตาลปี๊ป)
เกลือป่น หนึ่งช้อนชา
พริกป่น สองช้อนชา

เอ้าหิวแล้วๆ ตั้งเตาไฟกลางน้ำมันพอร้อนใส่กระเทียมและหอมสับละเอียด พอหอมก็ใส่ไก่ฉีก หรือไข่
พอไข่สุก ก็ใส่ซอสโลด
ผัดซอสแผล่บนึง ก็ใส่เส้นที่แช่นุ่มดีแล้วลงปาย
ผัดๆให้ซอสกับเส้นเข้ากัน แล้วก็ให้เส้นสุก
ใส่กุ้ยช่ายหั่นท่อน และถั่วงอก ผัดไม่กี่ทีก็ยกขึ้นได้ละ อิอิ มีภาพด้วยน้า แต่ยังไม่ได้ทำ เด๋วเอามาอัพให้ทีหลัง


Thursday, April 3, 2008

น้ำจิ้มข้าวมันไก่ แกงจืดมะระ และ กระเพราไก่

พยายามทำกระเพราไก่ให้อร่อยมาสามวันล่ะ แต่ยังไม่ได้อย่างที่ถูกใจจริงๆซักที ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเราขาด หรือลืมอะไรไป วันนี้ก็เอาอีกแล้ว มันเผ็ดขึ้น และเค็มมากขึ้น แต่กลิ่นยังไม่ใช่ซักที

เมื่อคืนตั้งใจทำแกงจืดมะระให้อร่อยมากๆซักที หลังจากเคยทำด้วยกระดูกหมูแล้วอร่อยมาแล้ว​(แต่ยังไม่มากเข้าใจป่ะ อิอิ) ทีนี้ไอ้กระดูกหมูที่นี่เนี่ย ถ้าไปซื้อในซุปเปอร์ เค้าไมไ่ด้หั่นกระดูกให้อ่ะ แล้วเค้าก็ทำหน้าแปลกๆ เหมือนไม่เคยหั่นกระดูกเป็นข้อๆอีกด้วย มาคราวนี้ อยากได้้น้ำแกงจืดหวานๆ แต่ขี้เกียจไปสู้รบปรบมือกับแม่ค้าในซุปเปอร์มาเก็ตแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นมะระต้มปีกไก่แทน ส่วนตัวมะระไม่ได้ไปร้านจีน แต่มีแบบกระป๋องที่ติดห้องไว้อยู่แล้ว ถึงบ้านก็นี่เลย ลวกปีกไก่หกอันด้วยน้ำร้อน แล้วใส่ซีอิ้วขาวพักไว้

หั่น white radish หรือหัวไชเท้า เป็นแว่นๆๆประมาณสองมือหยิบ ทุบกระเทียมสามเม็ดใหญ่ รากผักชีสองราก พริกไทยนิดหน่อย ใส่หม้อแล้วใส่น้ำเดือดลงหม้อหนึ่งลิตร
ถึงตอนนี้หอมรากผักชีกับพริกไทยมากๆ พอน้ำเริ่มเดือดอีกครั้งก็ใส่ไก่ลงไปต้มให้เดือด แล้วลดไฟอ่อน คอยตักฟองขาวออก พอเห็นฟองขาวออกไปเยอะซักพักแล้วก็ใส่มะระกระป๋องพร้อมน้ำลงไป เปิดไฟแรงต้มให้เดือดแล้วปิดไฟ พักไว้

วันรุ่งขึ้น (ก็คือวันนี้) ตื่นเช้ามาก็ตักไขมันที่ลอยอยู่ออกให้หมด แล้วต้มด้วยไฟกลาง เอาฟองขาวออก จนเดือด ใส่ซีอิ้วขาว(คิกโคมัน)หนึ่งวน เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ และน้ำตาลนิดเดียว(ครึ่งช้อนชา) แล้วอุ่นด้วยไฟเบาๆ 

ทำน้ำจิ้มไก่ ซึ่งก็คือน้ำจิ้มข้าวมันไก่ ใส่กระเทียม พริกสด และขิง สัดส่วนเดียวกัน ตำให้แหลก จากนั้นใส่เต้าเจี้ยวหนึ่งช้อนชา ใส่น้ำตาลช้อนนึง ซีอิ้วดำ น้ำมะนาว ใส่ผักชีเป็นข้อๆลงไปด้วยจะหอมมั่กๆ น้ำจิ้มอันนี้ไว้กินกับไก่ในแกงจืดมะระ

สรุปว่ามื้อกลางวันกับมื้อเย็นพร้อมทานได้ ต้มมะระอร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่กระเพรายังต้องปรับปรุง

จบข้าว... เอ๊ย ข่าว

Thursday, February 21, 2008

อาหารโปแลนด์

อาทิตย์นี้พ่อของมาชิน ซุปของมาเรก เพื่อนของปาสกาล อาจารย์ท่านนี้ชื่อว่า Francizek Seredynski 
เนื่องจากว่าแกมานั่งอยู่ในออฟฟิศ แล้วก็ชวนกันคุยเรื่องทำอาหารอย่างออกรส เลยได้รู้จักอาหารพื้นบ้านของโปแลนด์ มาสองสามอย่าง เลยต้องเข้ามาบันทึกไว้เสียหน่อย 

อย่างแรก บิกอส Bigos อันนี้เคยชิมแล้ว สำหรับคนที่ไปเยอรมันมาแล้ว สิ่งนี้ก็คือ sauerkraut นั่นเอง
อย่างที่สองคือ Pierogi หน้าตาคล้ายๆ Ravioli ของอิตาลี หรือเกี๊ยวบ้านเรา ฮ่าๆๆ
อย่างที่สามคือ Zurek อันนี้น่าลองมั่กๆ เพราะคิดว่าไม่น่าจะทำยาก อ๊าาาา อยากกินๆๆ หิวๆๆๆ

Sunday, September 23, 2007

yummy Thai Food... (collecting links)

http://www.pantown.com/board.php?id=5495&area=4&name=board23&topic=99&action=view
http://karimarosa99.spaces.live.com/blog/cns!BA0F4A6CF92C8E56!110.entry?wa=wsignin1.0

Information in English with many pictures WOW...
http://www.enjoythaifood.com/

Information in Thai (this one give some tips on Vietnamese food also)
http://www.gourmetthai.com/Default.asp

food tips in Thai
http://www.bkkmenu.com/tips/index.html

อาชีพดอทคอม แต่มีหมวดอาหารด้วยนะเออ
http://www.archeep.com/food/food_index.htm

actually I love this link but now there is some problem which I do not know when it will work properly again
http://www.kruaklaibaan.com/forum/index.php

Wednesday, September 5, 2007

พิซซ่า--บางกรอบ+หนานุ่ม+เพิ่มขอบทอง+ไส้กรอกชีส

แหม่ เนื่องจากว่า ได้มากินพิซซ่าที่ยุโรป ความหลากหลายมันก็ตามตำรับของทางอิตาลีเขา
ก็เลยเกิดปิ๊งไอเดียขึ้นมาว่า เราจะทำบล็อคทัวร์พิซซ่าในยุโรปกัน...
เอ่อ แต่ถ้าตามไปกินทั่วยุโรป คาดว่าคนทาน (ตูนี่ล่ะ) อาจเสียชีวิตเพราะอ้วนเกินได้
เอาเป็นว่าถ้าจะไปทานอาหารอิตาลี จะรีบเตรียมกล้องไป พร้อมจดจำรสชาติมาอธิบายคุณๆได้รับชม รับชิมกันนะขร่าบ

ปล. บล็อควันนี้ถือเป็นการเปิดตัวแนวความคิด จะได้ไม่ลืมขร่าบ
ปลสอง. คือเรื่องของเรื่องวันนี้ไปกินร้านอิตาลี่อีกที่นึงที่ไม่เคยไป แต่สั่งพิซซ่าอันที่เคยกินครั้งแรกตอนที่มาอยู่ที่นี่วันแรก
แล้วก็อร่อยด้วย ก็เลยนึกถึง ทัวร์พิซซ่าขึ้นมาน่ะ

Thursday, August 2, 2007

เอารูปก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นมาฝาก

เด๋วจะหาว่าโม้...
อันนี้กุ้งทอดกับ ต้มยำเห็ด หัวกุ้งจมอยู่ข้างล่าง



Monday, July 30, 2007

ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋น

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาไปซื้อเนื้อที่โอชอง (Auchan)
ตอนแรกคิดว่าจะซื้อเนื้อสับมาทำโน่นทำนี่ (ข้าวผัดเนื้อสับ ก๋วยเตี๋ยวซอสเนื้อ และ ไข่เจียวเนื้อสับ)
ปรากฎว่าไปเจอเนื้อติดกระดูก สองชิ้นราคาแค่ 5 ยูโรกว่าๆๆ น้ำหนักก็ตกกิโลสองขีด
จากก๋วยเตี๋ยวซอสเนื้อสับที่ตั้งใจไว้ เลยคิดใหม่ทำใหม่กลายเป็นก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นแทน

...แล้วชั้นทำเป็นเรอะ

เหอๆ ไม่เป็น แต่เด๋วมั่วเอามันก็ออกมาดีเองล่ะน่า มีสูตรให้หามากมายในเน็ตนิ

ว่าแล้วก็ซื้อมาเดินกลับบ้านด้วยความเบิกบานใจ "จะได้ทำกับข้าวรายการใหม่อีกแว้ว อิอิ..."

แต่พอดีเย็นนั้นตั้งเมนูไว้แล้วว่าเป็น กุ้งรวนกับต้มยำเห็ด ออกมาอร่อยมากกกกกกกกกกก
แกะเปลือกกุ้งออกจับแช่ซีอิ้วขาว เกลือ น้ำตาลนิดหน่อย พริกไทยนิดหน่อย
เอากุ้งที่แช่ซอสไว้ดีแล้วลงแช่แป้ง แล้วทอดทันทีพร้อมกระเทียม... ซี้ด อร่อยมากกกกก
ส่วนหัวกุ้งก็เอาไปทำต้มยำต่อ ใส่เห็ดแชมปิญอง ทอดไข่เจียวอีกหน่อย สะจายยยยยย
วันเสาร์ตั้งใจไปทำงานที่ออฟฟิศทั้งวัน เลยผัดข้าวผัดเนื้อสับ ใส่ไข่ แครอทซอย มะเขือเทศหั่นสี่เหลี่ยมเล็กๆ
หอมซอยโรยหน้า พร้อมผักกาดแก้ว และมะเขีอเทศหั่นซีกวางจัดหน้าสวยงาม
กินแต่ข้าวผัดอาจจะแห้งไป เลยทำซุปหัวหอมไปด้วย โอยยย หิวตั้งแต่ตอนทำแหล่ว...

เสาร์เย็น เพื่อนชวนกินบาบีคิวกัน ก็เลยทำสลัดกรีกไปร่วมกับเขา สลัดเราก็ทำง่ายๆ
ใช้ผงสลัดมาผสมกับน้ำสามช้อนชา น้ำมันมะกอกสามช้อนชาเช่นกัน คนให้เข้ากัน
เอาสลัดที่เค้าผสมกันมาหลายชนิด ล้างให้สะอาด สะเด็ดน้ำออก แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากับน้ำสลัดที่เตรียมไว้
ระหว่างนั้นก็ต้มไข่ สองฟอง หั่นมะเขีอเทศเป็นซีกๆ หั่นหอมใหญ่เป็นซีกบางๆ ซอยแครอทเป็นเส้นๆ
คลุกแครอท หอมใหญ่ลงไปในสลัด เก็บไว้นิดหน่อยโรยหน้า
พอไข่สุก ก็หั่นไข่เป็นซีกๆอีก ทีนี้ก็ลงมือจัดหน้าตาให้สวยงาม เสร็จแล้วโรยด้วย โอลีฟ (olive) ที่แกะเม็ดออกแล้ว
เหอๆ อร่อยเจงๆ

ทั้งหมดที่เล่ามา ก็แค่จะบอกว่า ก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นจึงได้ฤกษ์ทำวันอาทิตย์ และก็ไม่รอเปล่า
เพราะว่าออกมาอร่อยเหมือนที่เคยกินที่เมืองไทยเลย แต่ก็ยังขาดๆอะไรไปหลายอย่างอยู่เหมือนกัน
เนื่องจากว่ามีของไม่ครบ
เอาล่ะสูตรที่ได้ก็มีดังนี้
น้ำ ลิตรครึ่ง
เนื้อติดกระดูกประมาณ 600 ขีด
ซีอิ๊วขาวสามช้อนโต๊ะ
ซีอิ๊วดำหนึ่งช้อนโต๊ะ
พริกไทยหนึ่งช้อนชา
น้ำตาลสามช้อนชา
ผักชีหนึ่งต้น (จริงๆน่าจะใส่สักสามต้น... แต่ว่ามีเหลือแค่หนึ่งต้นอ่ะ วันอาทิตย์ร้านจีนก็ไม่เปิดด้วย)
หัวหอมหนึ่งหัว
กระเทียมประมาณสี่ห้ากลีบ
เม็ดกระวานสี่เม็ด
อบเชยหนึ่งแผ่น
ไม่มีข่า ไม่มีกานพลู เลยต้องใช้ผงพะโลประมาณครึ่งช้อนโต๊ะมาช่วย
ต้มเนื้อสุกประมาณครึ่งชม. ก็จับขึ้นมาหั่นเป็นชิ้นประมาณหนึ่งตารางนิ้ว แล้วใส่ตุ๋นต่อ

ตอนกิน ก็เอาเส้นหมี่มาแช่น้ำ ถั่วงอกจับล้างแล้วแช่น้ำ ต้มน้ำให้เดือด แล้วต้มเส้นกับถั่วงอกให้สุก
ใส่ชาม ใส่กระเทียมเจียว (อันนี้ก็ทำเอง) ใส่ต้นหอมซอย เอาเนื้อสับสดมาลวกในหม้อตุ๋นเนื้อ
ลวกเสร็จก็ใส่ชาม ตักเนื้อตุ๋นมาวาง ตักน้ำชุปขึ้นมา ใช้ที่กรองรองน้ำซุป จะได้น้ำซุปใสๆลงชาม
เคาะพริกไทยโรยหน้า กับพริกป่น...

อ๋า อิตตาดากิมาสสสสสสสส ...
อร่อยมั่กๆๆๆ ให้ตายเถอะ ไมได้กินก๋วยเตี๋ยวอร่อยๆมาหกเดือนเต็ม ใครมีคำแนะนำในวิธีการทำก็บอกกันได้นะ
เราจะได้ทำเนื้อตุ๋นอร่อยๆยิ่งขึ้นๆๆๆ
ปายล่ะ บายยยยยยย