ตอนนี้ซีนั่งอยู่ในเขตที่นั่งชั้นหนึ่งของรถไฟด่วน ทีจีวี ของฝรั่งเศส ก่อนหน้านี้ห้านาทีซีกำลังอ่านหนังสือเกี่ยวกับทฤษฎีกราฟ อ่านได้สักพัก ก็รู้สึกเวียนศรีษะ เพราะรถไฟมันไม่ได้นิ่งๆเสียทีเดียว ทำให้ต้องพักสายตาเสียหน่อย แล้วก็ให้รู้สึกได้ว่า ชีวิตของเรามันไม่ได้ลำบากจริงๆ เคยเข้าใจว่า ชิวิตของเรานี้มันลำบาก แต่พอนึกให้ดีแล้ว นี่ไม่ใช่ความลำบาก ที่ผ่านมา ชีวิตเราไม่ได้ลำบากยากเข็ญเลย
สิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกเหล่านี้ก็คือการได้พูดคุยกับเพื่อนชาวต่างชาติหลายๆคน โดยเฉพาะคนที่เรามองว่าเค้าดูดี มีความรู้ มีชีวิตที่ดีปานกลางของที่นี่
ทั้งที่เราคิดว่าคนพวกนี้น่าจะสบายและรู้จักหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เราคิดว่า "ธรรมดา" สำหรับเรา สิ่งที่เราคิดว่าเป็นของธรรมดาเหล่านั้นกลับกลายเป็นบางอย่างที่แปลก และไฮคลาสสำหรับเขาอย่างไม่น่าเชื ่อ เช่นการขึ้นลิฟท์บริษัทๆหนึ่งโดยต้องกดรหัสสี่ตัวเข้าไปเพื่อให้ลิฟท์ทำงาน
ส่วนเราคุ้นเคยกับการพิมพ์ลายน้ิวมือ แล้วตามด้วยรหัสประจำตัวหกหลัก และรหัสผ่านประตูอีกสี่หลัก เพื่อเข้าบริษัทๆหนึ่ง
คนยุโรปส่วนใหญ่ยังเป็นพวกหลังเขา... เป็นพวกบาวาเรียน (คนป่าในยุโรปแถบเยอรมัน ขึ้นชื่อเรื่องของความป่าเถื่อนในอดีต) อันนี้เราไม่ได้พูดเองนะ แต่ว่าอาจารย์ที่ปรึกษาคนนึง (คนเบลเยียม) พูดเอาไว้ แต่เราเห็นด้วยอย่างเต็มที่
Showing posts with label Paris. Show all posts
Showing posts with label Paris. Show all posts
Sunday, November 23, 2008
Wednesday, December 19, 2007
Paris and Rouen(1)
วันนี้มาเยือนปารีสเป็นครั้งที่สอง หลังจากครั้งก่อนหลงเข้ามาแบบไม่ตั้งตัว และงงงวยออกไปแบบเอียนๆปารีส กลับมาใหม่ไฉไลกว่าเดิม ด้วยการนั่ง TGV ทีจีวีเป็นรถไฟด่วน วิ่งไฮสปีดที่สามร้อยกิโลกว่าๆต่อชม.เท่านั้น เราก็มาถืงปารีสสมใจนึกในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง
ลงจากรถไฟที่สถานี 'Paris est' มองไปมองมางงๆ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุงยังไงอย่างงั้น เห็นคนยืนจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มๆนึกว่ามีการก่อหวอดอะไร เดินไปดูใกล้ๆ เป็นแท่งไฟแรงสูงไว้เป็นที่ทำความร้อน คนที่ไปยืนรอบๆก็จะอุ่นคะ ก็เลยยืนถ่ายรูปด้วยมือข้างซ้าย เพราะมือข้างขวาถือกระเป๋าเอกสาร โดนอาจารย์เดินมาเตือนว่า ระวังโดนคว้ากล้องไปจากมือ อันตรายมากที่นี่โดยเฉพาะในสถานที่พลุกพล่านแบบนี้... จ๋อยสนิท อยู่ลักซ์เซมเบิร์กจนเคยตัว
เดินหาทางออก และทางไปยังอีกสถานีรถไฟอีกแห่งนึง กว่าจะไปถึงสถานี เช็คเวลารถไฟต่อไปยังเมือง Rouen ก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมง... เฮ้อปารีส
บนถนนเต็มไปด้วยผู้คน สภาพบ้านเมืองบอกได้เลยว่า เรารู้สึกว่า เจริญกรุงเป็นยังไง ปารีสก็เป็นอย่างนั้นแล เก่าๆๆ ซอกมุมเยอะแยะ บางแห่งดูน่ากลัวมากๆๆ บางแห่งดูไม่น่าดูเฉยๆ คนเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครสนใจใคร ไม่มีใครรักษาความสะอาด รถราขวั่กไขว่ คนก็จะเดิน รถก็จะไป.. อื้ม ปารีส
เมื่อหาที่ทาง ตารางเวลาเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปหาที่กินข้าว ตอนแรกจะเข้าไปกินในร้าน... Hippotomus เข้าใจว่าประมาณนี้ ร้านนี้เป็นสเต็กเฮ้าส์ ประมาณนั้น ก็รู้มาว่าพอใช้ได้ แต่ที่เต็ม เลยต้องเดินไปอีกหน่อยหาไรง่ายๆกิน ก็เจอแมคโด
พระเจ้าคนเป็นร้อยล้าน ทำคิวแบบร้านอาหารเลยทีเดียว คือมีคนมารับออเดอร์ตามคิวก่อน ชั่นล่างทั้งชั้นที่ปกติจะเป็นเคาน์เตอร์และมีที่นั่งด้วย ที่นี่มีแต่คิวของคนล้วนๆ พอเราถืงเคาน์เตอร์ยื่นบิลที่ได้จากแคชเชียร์ที่วางอยู่ก่อนเคาน์เตอร์รับอาหาร ก็จะได้อาหารไม่ถึงนาที... หาที่นั่งสิทีนี้ ไม่มีที่นั่งครับพี่น้อง เต็ม ทั้งชั้นใต้ดินและชั้นบนน ต้องยืนรอกันเลยทีเดียว แถมที่นั่งก็นั่งกันแบบปลากระป๋อง... ปารีส ฮึ่มๆๆ
ระหว่างนั่งกิน คนจะเข้าจะออก ก็ต้องให้เราลุกหลบ นึกออกมะ เซ็ง... ออกจากแมคโดไปรอรถไฟ มีทหารถือ c3 from CS มายืนกันสามคน นี่มันจะทำให้รู้สึกปลอดภัยหรือกลัววะเนี่ย...
ดีนะที่รถไฟทั้งทีจีวี และทรานเซียน นี่เป้น เฟิร์สคลาสทั้งคู่ได้นั่งสบายๆๆนิดนึง
ถึงโฮวองในอีกชั่วโมงสี่สิบห้านาทีต่อมา เดินหาโรงแรมกันให้เมื่อย แต่บรรยากาศของเมืองที่นี่ทำให้ผ่อนคลายได้หน่อย อากาศสบาย (หนาว) ผู้คนไม่ล้นเมือง แถมอาคารบ้านช่องก็เต็มไปด้วยศิลปะโกธีค
ลงจากรถไฟที่สถานี 'Paris est' มองไปมองมางงๆ เหมือนบ้านนอกเข้ากรุงยังไงอย่างงั้น เห็นคนยืนจับกลุ่มกันเป็นกลุ่มๆนึกว่ามีการก่อหวอดอะไร เดินไปดูใกล้ๆ เป็นแท่งไฟแรงสูงไว้เป็นที่ทำความร้อน คนที่ไปยืนรอบๆก็จะอุ่นคะ ก็เลยยืนถ่ายรูปด้วยมือข้างซ้าย เพราะมือข้างขวาถือกระเป๋าเอกสาร โดนอาจารย์เดินมาเตือนว่า ระวังโดนคว้ากล้องไปจากมือ อันตรายมากที่นี่โดยเฉพาะในสถานที่พลุกพล่านแบบนี้... จ๋อยสนิท อยู่ลักซ์เซมเบิร์กจนเคยตัว
เดินหาทางออก และทางไปยังอีกสถานีรถไฟอีกแห่งนึง กว่าจะไปถึงสถานี เช็คเวลารถไฟต่อไปยังเมือง Rouen ก็ปาเข้าไปเกือบชั่วโมง... เฮ้อปารีส
บนถนนเต็มไปด้วยผู้คน สภาพบ้านเมืองบอกได้เลยว่า เรารู้สึกว่า เจริญกรุงเป็นยังไง ปารีสก็เป็นอย่างนั้นแล เก่าๆๆ ซอกมุมเยอะแยะ บางแห่งดูน่ากลัวมากๆๆ บางแห่งดูไม่น่าดูเฉยๆ คนเต็มไปหมด แต่ไม่มีใครสนใจใคร ไม่มีใครรักษาความสะอาด รถราขวั่กไขว่ คนก็จะเดิน รถก็จะไป.. อื้ม ปารีส
เมื่อหาที่ทาง ตารางเวลาเรียบร้อยแล้ว เราก็ไปหาที่กินข้าว ตอนแรกจะเข้าไปกินในร้าน... Hippotomus เข้าใจว่าประมาณนี้ ร้านนี้เป็นสเต็กเฮ้าส์ ประมาณนั้น ก็รู้มาว่าพอใช้ได้ แต่ที่เต็ม เลยต้องเดินไปอีกหน่อยหาไรง่ายๆกิน ก็เจอแมคโด
พระเจ้าคนเป็นร้อยล้าน ทำคิวแบบร้านอาหารเลยทีเดียว คือมีคนมารับออเดอร์ตามคิวก่อน ชั่นล่างทั้งชั้นที่ปกติจะเป็นเคาน์เตอร์และมีที่นั่งด้วย ที่นี่มีแต่คิวของคนล้วนๆ พอเราถืงเคาน์เตอร์ยื่นบิลที่ได้จากแคชเชียร์ที่วางอยู่ก่อนเคาน์เตอร์รับอาหาร ก็จะได้อาหารไม่ถึงนาที... หาที่นั่งสิทีนี้ ไม่มีที่นั่งครับพี่น้อง เต็ม ทั้งชั้นใต้ดินและชั้นบนน ต้องยืนรอกันเลยทีเดียว แถมที่นั่งก็นั่งกันแบบปลากระป๋อง... ปารีส ฮึ่มๆๆ
ระหว่างนั่งกิน คนจะเข้าจะออก ก็ต้องให้เราลุกหลบ นึกออกมะ เซ็ง... ออกจากแมคโดไปรอรถไฟ มีทหารถือ c3 from CS มายืนกันสามคน นี่มันจะทำให้รู้สึกปลอดภัยหรือกลัววะเนี่ย...
ดีนะที่รถไฟทั้งทีจีวี และทรานเซียน นี่เป้น เฟิร์สคลาสทั้งคู่ได้นั่งสบายๆๆนิดนึง
ถึงโฮวองในอีกชั่วโมงสี่สิบห้านาทีต่อมา เดินหาโรงแรมกันให้เมื่อย แต่บรรยากาศของเมืองที่นี่ทำให้ผ่อนคลายได้หน่อย อากาศสบาย (หนาว) ผู้คนไม่ล้นเมือง แถมอาคารบ้านช่องก็เต็มไปด้วยศิลปะโกธีค
Subscribe to:
Posts (Atom)