Sunday, April 13, 2008

ทำอาหารเลี้ยงเพื่อน

กระเพรา ต้มยำไก่ ต้มข่าไก่ ผัดไท



Friday, April 11, 2008

เมนูนี่ชื่อว่า วุ้นเส้นผัด(ไท)

สำหรับเส้น 250 g. ใกล้จะกินก็จับแช่น้ำไว้ก่อน ปล. เราชอบแช่น้ำให้มันอวบๆหน่อย แต่อย่านิ่มไป เพราะเด๋วจะเละเวลาผัดนะ

ทำน้ำซอสไว้ก่อน ง่าย และเร็วดังนี้
น้ำมะขามเปียก หกถึงเจ็ดช้อนโต๊ะ ชอบเปรี้ยวมากก็ใส่มาก หรือทำน้ำให้ข้นเข้าไว้
ซอสมะเขือเทศ สี่ถึงห้าช้อนโต๊ะ 
ซีอิ๊วขาว สองช้อนโต๊ะครึ่ง
น้ำตาลทราย หกช้อนโต๊ะ (ถ้าไม่มีน้ำตาลปี๊ปนะ แต่ถ้ามีน้ำตาลปี๊ป ให้ใส่สองช้อนน้ำตาลทราย และ สามช้อนน้ำตาลปี๊ป)
เกลือป่น หนึ่งช้อนชา
พริกป่น สองช้อนชา

เอ้าหิวแล้วๆ ตั้งเตาไฟกลางน้ำมันพอร้อนใส่กระเทียมและหอมสับละเอียด พอหอมก็ใส่ไก่ฉีก หรือไข่
พอไข่สุก ก็ใส่ซอสโลด
ผัดซอสแผล่บนึง ก็ใส่เส้นที่แช่นุ่มดีแล้วลงปาย
ผัดๆให้ซอสกับเส้นเข้ากัน แล้วก็ให้เส้นสุก
ใส่กุ้ยช่ายหั่นท่อน และถั่วงอก ผัดไม่กี่ทีก็ยกขึ้นได้ละ อิอิ มีภาพด้วยน้า แต่ยังไม่ได้ทำ เด๋วเอามาอัพให้ทีหลัง


Wednesday, April 9, 2008

ขี่จักรยานท่ามกลางหิมะครั้งแรก

ตั้งแต่วันที่ยี่สิบเอ็ดมีนาคมที่ผ่านมา ยุโรปก็เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ อากาศก็อุ่นขึ้นเล็กน้อย (อุณหภูมิประมาณสิบองศา) ไอ้เราก็คิดว่าสบายล่ะ เริ่มขี่จักรยานได้แล้ว

อาทิตย์ที่ผ่านมา ก็เลยเอาซะหน่อย ขี่เล่นจากหอตรง Rue de Neudorf ผ่าน Clausen ไปทาง Beggen (เบคเค่น)

เส้นทางนี้ส่วนใหญ่เราจะเห็นได้จากสะพานแดง (Red Bridge ถือเป็นชื่อเล่นของสะพานนี้เพราะมันมีสีแดงสด) หรือตอนที่นั่งรถเมล์ลงมาจาก Hamillius แต่จะไม่ได้ใช้เลยในเวลาปกติ สิ่งที่เห็นจากด้านบนก็คือบ้านสลับกับตรอกซอยไม่กว้างนัก รายเรียงอยู่สองข้างแม่น้ำสายเล็กๆ มีสวนสาธารณะและสวนเด็กเล่น มีสะพานเล็กๆหลายอันเชื่อมสองฝั่งแม่น้ำเอาไว้ ในวันที่มีหมอก เมืองด้านล่างจะดูเหมือนดินแดนห่างไกล และสงบ ไม่มีรถขวั่กไขว่ มีแต่เด็กๆเล่นกัน หรือคนแก่เดินเล่นซึ่งจะมีให้เห็นทุกๆวัน

พอได้มาขี่จักรยานชมเมืองส่วนนี้ ก็เลยได้รู้ว่า บริเวณนั้นมีที่พักคนชราอยู่ด้วย เป็นส่วนที่สวยมากเลยทีเดียว เพราะด้านข้างมีสวนขนาดใหญ่ ประดับด้วยพุ่มไม้ไม่สูงนัก พร้อมที่นั่งมากมายเป็นระยะๆ ด้านหลังเป็นแม่น้ำที่มีเขื่อนเตี้ยๆทำให้เกิดเสียงจากน้ำที่ไหลล้นเขื่อนลงไปเป็นน้ำตก ซู่ซ่าจริงๆ ฟังแล้วเพลินมากๆ น้องเป็ดน้ำ ก็ลอยคอกันเป็นคู่ๆ บ้างก็ว่ายน้ำตามกัน บ้างก็บินเล่นขึ้นลงระหว่างฝายกั้นน้ำเล็กๆกับแม่น้ำข้างล่าง ภายในที่พักคนชราทันสมัยและสะอาด โถงตรงกลางเป็นห้องใหญ่ เพดานอยู่สูงขึ้นไปและเป็นกระจก ทำให้เห็นแสงจากภายนอกได้ ที่มุมนึงของโถงถูกจัดเป็นมุมเครื่องดื่ม เหมือนบาร์ทั่วไป

ที่ต้องเข้ามาในอาคารที่พักคนชรานี้มีสาเหตุ เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังต่อนะ

นอกจากมีอาคารสำหรับคนชราแล้ว ก็ยังมี Youth Hostel อีกด้วย บรรยากาศง่ายๆสะอาดๆ เราแวะเข้าไปดูนิดนึง เนื่องจากมักจะได้รับใบปลิวโฆษณาเรื่องอาหารประจำวันอยู่บ่อยๆ

ตั้งใจว่าจะขี่ไปให้ถึงเมือง Beggen แต่ฝนดันตกเล็กน้อย ฟ้าก็มึดเหลือเกิน กลับดีกว่า...

พอหันหลังกลับไม่ทันไร ก้อนน้ำแข็งลูกเล็กๆก็เริ่มโปรยตัวลงมา
จากนั้นก็ใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น จนกลายเป็นหิมะซะงั้น เฮ้อ... ตูละกลุ้ม
พยายามขี่ไปให้ไกลที่สุด แต่มันหนาวมากๆ แล้วหิมะก็เข้าหน้า เลยต้องมาแวะครั้งแรกที่อาคารที่พักคนชรานี่แหละ รอได้สักพัก มันเบาลง เลยกะรีบขี่ต่อดีกว่า ที่ไหนได้ขี่กลับมาถึง Youth Hostel มันก็ตกหนักลงมาอีก

คราวนี้เราต้องนั่งและสั่งซุปมากินเลยแหละ เพราะหิมะตกหนักมาก แป๊ปเดียว ต้นไม้ รถ พื้น ก็กลายเป็นสีขาวไปทั้งหมด

ทุ่มนึงแล้ว อีกไม่นานฟ้าจะมืด หิมะก็ยังไม่หยุดตก ช่วยไม่ได้แล้ว ยังไงก็ต้องกลับ ถ้ามืดจะยิ่งแย่เพราะมองไม่เห็นถนนไกลๆ แถมถนนยังแคบ และคงจะลื่นจากหิมะด้วย เลยตัดสินใจขี่กลับ

ตอนลงมาเจอจักรยานตัวเองถึงกับช็อค เพราะว่าหิมะอยู่บนจักรยานหนาหลายนิ้วเลย ต้องปาดออกอยู่ซักพัก พื้นก็ลื่นมากๆ ต้องเดินลากจักรยานไปถึงถนนที่มีรถวิ่งไปมาแล้วค่อยขึ้นขี่

แต่มันก็สวยมากเลยนะ สำหรับตอนที่หิมะตกหนัก แต่ไม่เป็นก้อนน้ำแข็งแบบนี้ แต่ก็น่ารำคาญพอกัน เพราะมันจะเข้าไปในหูหรือปากตลอดเลย (แต่ก็ดีกว่าก้อนน้ำแข็งเจ็บๆล่ะนะ ฮ่าๆๆๆ)

เอาเป็นว่าเอาตัวรอดกลับถึงบ้านได้โดยปลอดภัย โดยบนจักรยานมีน้ำแข็งมากมายมาฝากหอ ต้องเช็ดทั้งจักรยานและพื้นด้านล่างซะอีก เฮ้อ

แต่ก็เป็นประสบการณ์ที่ดีนะ ที่สำคัญที่ที่ได้ไปเนี่ย สวยมากๆๆ รวมๆแล้วทริปนี้สนุกจัง เย้ๆๆๆ

Saturday, April 5, 2008

Namur - Confiseur 1863 (introduction)

Without an intention to advertise this shop, I write this blog just for improving my french skill. Reading its brochure, information about cakes or "les gâteaux" are given all in French. Here I give you those information and also their explanation.

Les gâteaux NAMUR, savoureux par nature
(cakes Namur, taste from nature)

Tous nos prouits sont fabriques quotidiennement de façon artisanale, selon les recettes ancestrales avec les meilleurs ingrédients et ne connaissent ni conservateurs, ni conservation par surgélation.
(all our products are make every days in traditional way, according to the original recipes with the best ingredients and without preservative materials and/or preservative methods.

Les produits Namur sont frais et de toute première qualité.
(Products Namure are fresh and of all first class quality)

Vocaburary
Les gâteaux = cakes
savoureux = (adj) tasty
par = (prep) by, from, through
Tous, toute = all
nos = our
produits = products
sont = verb form "être"
fabriqués = (v) make
façon = (n) way
artisanale = (adj) traditional, home-made
selon = (prép) according to
les recettes = (n) recipe

Friday, April 4, 2008

Melusina

Melusina is said to have been the wife of the founder of Luxembourg, Count Siegfried. When they married, she had one particular request, namely that Siegfried must leave her alone for one full day and night every month, and that he should not ask or try to find out what she was doing. Of course, Melusina was such a beautiful girl that Siegfried could not refuse her this one small wish, and all went well for years and years, when on the first Wednesday of the month, Melusina would retire into her chambers in the "Casemates", a network of caverns underneath the city, not to be seen again until early light on Thursday.

But one day, Siegfried's curiosity got the better of him. Wondering what on Earth she might be doing alone all the time, he peeped through the keyhole, and was shocked to see that Melusina was lying in the bathtub, with a fishtail hanging over the rim. As you all know, mermaids like Melusina, have a very keen sixth sense, which tells them instantly that they are being watched, and thus she recognised her husband through the door, and jumped out of the window into the river Alzette below, never to be seen again ... except every now and then, some people say they saw a beautiful girl's head pop out of the river, and a fishtail rippling the calm waters of the river Alzette.

นกเป็ดน้ำ ก็อยากพักผ่อน ชมวิวกะเค้าเหมือนกัน

นกเป็ดน้ำ ก็อยากพักผ่อน ชมวิวกะเค้าเหมือนกัน

นั่งรถเมล์ผ่านที่ um bock ก็เจอว่าเจ้านกเป็ดน้ำ นั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่บนกำแพงของ บอค ที่ลึกลงไปจากกำแพงน่าจะสูงราวๆตึกยี่สิบถึงสามสิบชั้น ด้านล่างเป็นลำธารเก่าแก่ของเมืองตัดผ่านส่วนที่เป็นเมืองเก่าของลักเซมเบิร์ก ด้านข้างอีกฝั่งคลองเป็นบริเวณของ Neumunster Abbey ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์และลานโล่งสำหรับทำกิจกรรม ทุกปีจะมีการแสดงน้ำพุประกอบแสงเสียงเริ่องราวเกี่ยวกับ Melusina (Mermaid of Alsette river) รวมถึงกิจกรรมอื่นๆอีกมาก ด้านปลายของบอค เป็นกำแพงน้ำเตี้ยๆ คอยกั้นน้ำที่จะผ่านเข้าไปในบริเวณ Clausen
ปกติก็จะเห็นเจ้านกลอยคออยู่ด้านล่าง วันนี้ไหงมานั่งอยู่ข้างบน อากาศมันดีใช่ม้า อิอิ

สิ่งปกติในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

ปีนี้ก็เข้าฤดูใบไม้ผลิไปแล้ว เค้าว่ากันว่า เสาร์ที่สองของเดือนมีนาคม ก็คือวันเริ่มเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ
ยังไงก็ตาม ปีนี้เรามีหิมะมากมาย กว่าจะเริ่มรู้สึกว่านี่เข้าสปริงแล้วจริงๆ ก็วันนี้นี่เอง

แสงแดดอ่อนๆ ลมเย็นเอื่อยๆ ดอกไม้ผลิบานไปทั่ว ที่สำคัญ เด็กๆเดินออกมากันเต็มไปหมด ที่นี่จะเห็นเป็นเรื่องปกติไปแล้ว ที่เด็กอนุบาลกลุ่มนึงประมาณสิบถึงสิบห้าคน พร้อมกับคนดูแล ซึ่งก็น่าจะเป็นครูประมาณสองถึงสี่คน พาเด็กๆออกมาเดินเล่นช่วงกลางวัน ทั้งเดิน ทั้งขึ้นรถเมล์ เด็กเดินกันเป็นแถวๆ ตัวงี้เล็กๆ เต็มไปหมด อิอิ น่ารักชะมัด

ไปขี่จักรยานดีกว่า

Thursday, April 3, 2008

น้ำจิ้มข้าวมันไก่ แกงจืดมะระ และ กระเพราไก่

พยายามทำกระเพราไก่ให้อร่อยมาสามวันล่ะ แต่ยังไม่ได้อย่างที่ถูกใจจริงๆซักที ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเราขาด หรือลืมอะไรไป วันนี้ก็เอาอีกแล้ว มันเผ็ดขึ้น และเค็มมากขึ้น แต่กลิ่นยังไม่ใช่ซักที

เมื่อคืนตั้งใจทำแกงจืดมะระให้อร่อยมากๆซักที หลังจากเคยทำด้วยกระดูกหมูแล้วอร่อยมาแล้ว​(แต่ยังไม่มากเข้าใจป่ะ อิอิ) ทีนี้ไอ้กระดูกหมูที่นี่เนี่ย ถ้าไปซื้อในซุปเปอร์ เค้าไมไ่ด้หั่นกระดูกให้อ่ะ แล้วเค้าก็ทำหน้าแปลกๆ เหมือนไม่เคยหั่นกระดูกเป็นข้อๆอีกด้วย มาคราวนี้ อยากได้้น้ำแกงจืดหวานๆ แต่ขี้เกียจไปสู้รบปรบมือกับแม่ค้าในซุปเปอร์มาเก็ตแล้ว เลยเปลี่ยนเป็นมะระต้มปีกไก่แทน ส่วนตัวมะระไม่ได้ไปร้านจีน แต่มีแบบกระป๋องที่ติดห้องไว้อยู่แล้ว ถึงบ้านก็นี่เลย ลวกปีกไก่หกอันด้วยน้ำร้อน แล้วใส่ซีอิ้วขาวพักไว้

หั่น white radish หรือหัวไชเท้า เป็นแว่นๆๆประมาณสองมือหยิบ ทุบกระเทียมสามเม็ดใหญ่ รากผักชีสองราก พริกไทยนิดหน่อย ใส่หม้อแล้วใส่น้ำเดือดลงหม้อหนึ่งลิตร
ถึงตอนนี้หอมรากผักชีกับพริกไทยมากๆ พอน้ำเริ่มเดือดอีกครั้งก็ใส่ไก่ลงไปต้มให้เดือด แล้วลดไฟอ่อน คอยตักฟองขาวออก พอเห็นฟองขาวออกไปเยอะซักพักแล้วก็ใส่มะระกระป๋องพร้อมน้ำลงไป เปิดไฟแรงต้มให้เดือดแล้วปิดไฟ พักไว้

วันรุ่งขึ้น (ก็คือวันนี้) ตื่นเช้ามาก็ตักไขมันที่ลอยอยู่ออกให้หมด แล้วต้มด้วยไฟกลาง เอาฟองขาวออก จนเดือด ใส่ซีอิ้วขาว(คิกโคมัน)หนึ่งวน เกลือครึ่งช้อนโต๊ะ และน้ำตาลนิดเดียว(ครึ่งช้อนชา) แล้วอุ่นด้วยไฟเบาๆ 

ทำน้ำจิ้มไก่ ซึ่งก็คือน้ำจิ้มข้าวมันไก่ ใส่กระเทียม พริกสด และขิง สัดส่วนเดียวกัน ตำให้แหลก จากนั้นใส่เต้าเจี้ยวหนึ่งช้อนชา ใส่น้ำตาลช้อนนึง ซีอิ้วดำ น้ำมะนาว ใส่ผักชีเป็นข้อๆลงไปด้วยจะหอมมั่กๆ น้ำจิ้มอันนี้ไว้กินกับไก่ในแกงจืดมะระ

สรุปว่ามื้อกลางวันกับมื้อเย็นพร้อมทานได้ ต้มมะระอร่อยมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แต่กระเพรายังต้องปรับปรุง

จบข้าว... เอ๊ย ข่าว

Tuesday, April 1, 2008

cheap phone, high value

วันนี้โทรหาพ่อกับแม่ ได้คุยแล้วชื่นใจจัง เมี๊ยวๆๆๆๆ ซีกับมามี้ก็เลยกลายเป็นแมวกันซะงั้น เมี๊ยวๆกันใหญ่เลย หวังว่าพี่ๆ(น้าๆป้าๆ) ที่ออฟฟิศของแม่จะชินแล้ว พ่อก็ท่าทางจะอยู่กับเพื่อน เพื่อนจะอิจฉามั้ยเนี่ย บอกรักกันใหญ่ ไอ้โทรศัพท์ถูกๆทางเน็ตนี่มันดีจริงๆน้า โทรได้สบายๆ เหมือนโทรคุยมือถืออยู่เมืองไทย ฮี่ๆๆๆ มีกำลังใจแล้วไปทำงานดีกว่า เมี๊ยวๆๆ รักพ่อกับแม่ที่สุดเล้ย​  o^v^o

Thursday, March 20, 2008

ลิงก์มีประโยชน์ กับ เบอร์ลิน

BVG ใช้หาเส้นทางไปไหนต่อไหนด้วย public transportation

Movenpick โรงแรมสี่ดาวที่ข้าพเจ้าจะพัก

world66 cool map and interesting sights on map

tourism of Berlin เป็นเวปทางการ

โลนลี่พลาเนต (จะพิมพ์เป็นไทยทำไมเนี่ย)


Jüdisches Museum เกี่ยวกับประวัติศาสตร์คนยิวในเยอรมันกว่าสองพันปี (นี่อ่านมาผิดป่าวเนี่ย)