Monday, August 20, 2007

Munich day 2 - Part three

เอารูปมาให้ดูกันก่อน เด๋วมาบรรยายเพิ่มนะ

-__-" มาบรรยายเพิ่มนะ แต่จะเข้ามาอ่านกันไหมนี่ คอมเมนต์กันไปซะแระ

ด้านล่างเป็นโรงละคร กับรูปปั้นใครก็ไม่รู้ ว่าจะหาข้อมูลเพิ่ม แต่ยังไม่มีเวลา ต๊ะไว้ก่อนนะ
ส่วนอันนี้หลังจากเดินมา...แป๊ปเดียว หนึ่งในผู้ร่วมขบวนก็เกินอาหารโหยเบียร์ แบบว่าต้องหยุด
เอ้า หยุดก็หยุด กลับมาหยุดที่มาเรียนพลาสอีกแระ ภาพนี้เลยให้ดูบรรยากาศ

เบียร์มาแล้ว ลืมบอกว่าส่วนใหญ่ที่ซีดื่มเป็น ดาร์คเบียร์ทั้งหมด แต่ยี่ห้อนี่มัน ...ดาก... จริงๆ

เคยมีรุ่นพี่คนนึงอยู่ที่บรัสเซลบอกว่า "ฝรั่งนี่มันบ้าเห่อแดด บ้านน๊อก บ้านนอก พอมีแดดหน่อย โผล่ออกมากันใหญ่"
มันเป็นอย่างนั้นจริงๆนะ...
พระอาทิตย์เริ่มตกดิน แดดแบบนี้ก็ประมาณสองทุ่มได้... จริงๆ ไม่ได้โม้...
ปล. ไอ้ที่ห้อยอยู่นั่นไฟจ๊ะ
ร้านเบียร์ hofbrauhaus ที่เลื่องชื่อ (คำว่า brauhaus = beer house)
เหตุที่เลื่องชื่อคาดว่า ไม่ใช่แค่จากเบียร์ แต่เป็นบรรยากาศภายในร้าน
โอ้... มันช่างคึกคัก ดนตรี การแต่งตัวของสาวๆ แก้วเบียร์ ช่างเหมือนย้อนกลับไปอยู่ในอาณาจักรบาวาเรียนอีกครั้งหนึ่ง
ร้านนี้ใหญ่โตมาก ถ้าคิดเป็นตึกแถวก็น่าจะไม่ต่ำกว่าสิบคูหา คนแน่น หาโต๊ะนั่งไม่ได้
ภายในมีคนจากหลากหลายเชื้อชาติรวมกันอยู่ แต่อย่างนึงที่เหมือนกัน คือ ทุกคนมีแก้วเบียร์ขนาด ครึ่งลิตรอยู่ในมือ...
วันนั้นสรุปว่าไม่ได้นั่งดื่ม เพราะเมากันมาแล้ว ดื่มอีกคงไม่ไหว
"เอ้ย... นี่มันทริปดื่มเบียร์ชัดๆ" ซีพูดกับเพื่อนร่วมเดินทางอีกสองคนก่อนมาถึงที่นี่...

ด้านหน้าร้าน บริเวณที่ตั้งร้านก็เป็นชุมชนเก่า เราต้องเดินลัดเลาะจากถนนใหญ่เข้ามา บริเวณรอบๆก็มีร้านค้า ร้านอาหารมากมาย
ร้านนี้น่าจะดังมากจริงๆ เพราะขนาด ฮาร์ดร็อกต้องมาเปิดแข่งที่ฝั่งตรงข้ามเลยทีเดียว

พระอาทิตย์หายไปในหมู่ตึกแล้ว เหลือแสงสีสวยๆไว้ให้เห็นกัน
ที่นี่เค้ามีรถราง ไอ้สายระโยงระยางนั่นส่วนหนึ่งก็เพื่อจ่ายไฟให้รถราง ส่วนนึงก็เอาไว้ติดไฟให้ถนนไปด้วยในตัว

อ้า... อันนั้นน่าจะเป็น Frauenkirche วันนี้เรายังไม่ได้ไปกัน ต้องพรุ่งนี้แล้วล่ะ คำแปลของ ฟาวเอินเคียช ก็คือ โบถส์ของผู้หญิงของพวกเรา
ภาพนี้แสงสวยดี ตอนนี้ก็สามทุ่มล่ะ ต้องจรลีกลับ หาข้าวกินแล้วก็เข้านอน

Friday, August 17, 2007

Munich day 2 - Part two

ูู^^" คือว่างานยุ่งเลยมาอัพรูปไว้ก่อน มีคอมเมนต์ซะแระ ไวจริงๆน้า...

เอาล่ะมาบรรยายภาพกันดีกว่า
ที่เห็นด้านล่างนี้เป็นโบถส์ Theatinerkirche สไตล์บาโรคดังจะเป็นได้จากหอคอยหลังคาโค้งโดมนั่น กับลวดลายกลมๆม้วนๆด้านข้างภายในเป็นปฎิมากรรมปูนปั้นลอยสูง สวยอย่างที่เห็น

พอออกจากโบถส์ด้านข้างก็เป็นร้านขายเบนซ์ ดูราคาแล้ว เฮ้อ ถูกกว่าบ้านเราเห็นๆ น่าซื้อจัง... แหะๆ พูดไปงั้นแหละ ไม่มีตังค์อยู่ดี
โบถส์นี้อยู่ใกล้กับ Odeonplaz เป็นถนนใหญ่ เป็นจัตุรัสกว้างๆ มีแต่คนขับรถเปิดประทุนมา จนสงสัยว่า ถ้าไม่มีรถเปิดประทุน ขับมาจตุรัสนี้ไม่ได้นะเนี่ย... ฮ่าๆๆ
ฝั่งตรงข้ามร้านเบนซ์มีสตาร์บัคกับ Sotheby ร้านขายของประมูลที่โด่งดัง
เดินเลยสตาร์บัคขึ้นมาทางโบถส์มีประตูสวยๆเป็นทางเข้า พอเข้าไปก็เจอ Hofgarten แปลตรงตัวว่า "สวนดอกไม้"

สวนดอกไม้ตรงนี้ในอดีตเค้ามีไว้ให้พวกราชวงศ์เข้ามาได้เท่านั้น
ตึกนี้อยู่ในสวนดอกไม้ แต่เป็นตึกของรัฐบาล ทำไรซักอย่าง ไม่รู้เหมือนกัน รู้แต่ว่าปีกทั้งสองข้างเป็นกระจกหมดเลย สวยดี
อันนี้เป็นทัวร์จักรยาน ที่มิวนิคนี่ไม่น่าเชื่อว่าคนจะคลั่งจักรยานขนาดนี้ เรียกว่าถนนทุกสายมีเลนจักรยาน แล้วคนเดินถนนนี่ต้องระวังจักรยานชนเอานะ
ไม่ว่าจะเป็นที่ชุมชนที่ไหน เป็นได้เห็นจักรยานจอดเป็นแนวยาวๆๆๆๆ เต็มไปหมด ยิ่งตามสถานีรถไฟด้วย... โห เยอะจริงๆ
มองจากในสวนกลับไปที่ Theatikirche
ตอนยืนฟังคนมาร้องโอเปร่าเพื่อโฆษณาซีดีของเค้าเอง เห็นเงาตัวเอง อิอิ
ที่นี่ตลาดมันเปิดจริงๆ ร้องเพลง เล่นดนตรี ไม่ต้องพึ่งบ.ใหญ่ๆ เล่นกันตามถนนนี่ล่ะ แผ่นนึงก็ไม่แพงมาก 10-15 ยูโร

แล้วเดินออกจากสวนดอกไม้ก็มาสะดุดกับอาคารหลังนี้ที่เสียงเพลง Besame mucho เพลงโปรดต้องเดินเข้าไปดูซะหน่อยว่ามันงานไร
นี่ไงแหล่งเสียงเพลงที่ว่า โอ้เล่นกันสดๆ เห็นกันใกล้ๆ มีฟามสุขยิ่งนัก
ไม่ใช่เทศกาลเบียร์ แต่เป็นไวน์แหะ
ด้านนอกอาคารนี้มีเจ้าสิงโตวางอยู่ตามประตูเข้าออกเป็นระยะๆ เห็นคนเดินผ่านไปมาก็ลูบตรงที่เป็นสีทองเหลืองน่ะ เค้าลูบทุกอันด้วยนะ... เอาวะ ลูบมั่ง ลูบทำไมก็ไม่รู้ เหอๆ

ไว้ต่อตอนต่อไปเน้อ

Friday, August 10, 2007

Munich day 2 - Part one


เริ่มต้นเช้าด้วยข้าวผัดแหนม (ผัดมาเองจากลักซ์) แล้วตบด้วยคาราเมลแฟรบ ที่หาซื้อไม่ได้ในลักซ์ (ที่ลักเซมเบิร์กเค้านิยมกาแฟร้อน ยี่ห้อ Lavazza, illy หรือยี่ห้อโปรตุเกสอื่นๆ ตามแต่ถิ่นที่อยู่ว่ามีคนชาติไรอยู่เยอะประมาณนั้น)

อยู่ยุโรปมาครึ่งปี แบงก์ใหญ่สุดที่เคยได้ และใช้คือแบงก์สองร้อย เนื่องจากที่นี่เค้าไม่ค่อยพกเงินสดกัน การได้เห็นแบงก์ห้าร้อย (ร่วมสองหมื่นห้าพันบาท) นับเป็นเรื่องน่ายินดียามเช้า (คนมีไว้ในครอบครองได้มาจากเมืองไทย -_-")

และแล้วก็มาเยือนมาเรียนพลาส์ แบบบนดินกัน ที่นี่เรียกว่าเป็นจตุรัสก็ได้ อาคารที่เห็นในรูป สวยดี... แค่นั้นแหละ เสียดายที่ปิดซ่อมตรงบริเวณหอนาฬิกาที่พอครบชั่วโมงเมื่อไรมันก็จะมีตุ๊กตาตัวใหญ่ๆเต้นระบำให้เราดู (เหมือนคุกคู ขนาดใหญ่นั่นแหละ)

ตัวสีทองนั่นก็คงจะเป็นพระแม่มาเรีย นั่นเอง ท้องงงงงทองงงงงง...

ว่าแล้วก็ลงนั่งจิบเบียร์ สั่ง Porc Knuckle มากินกลางวันกัน หรือที่บ้านเราเรียกว่า "ขาหมูเยอรมัน" นั่นเอง


ภาษาเยอมันเค้าเรียกมิวนิคว่า "มุ่นเชิ่น" นะจ๊ะ


โซนของมิวนิคนี่ แต่เดิมเป็นอาณาจักรของ บาเยิร์น หรือของชาวบาวาเรียน ชุดที่สาว(หรือเปล่า) เซิร์ฟคนนี้แต่งอยู่ ก็คือชุดของสาวชาวบาวาเรียนนั่นเอง
เดินไปไหนมาไหนในมิวนิคนี่ก็ได้เห็นประจำล่ะจ้า เหมือนเป็นชุดไทยบ้านเราที่ร้านอาหารมักจะแต่งให้ฝรั่งดูกัน

เป็นไงล่ะขาหมู เสิร์ฟพร้อมมันบดทำให้มันเหนียวๆเหมือนขนมอะไรน้า... ที่บ้านเรามี เหมือนปุยฝ้ายที่เหนียวๆอ่ะ (เออ เล่นง่ายเว้ย)
อ่ะ ภาพเต็มๆของอาคารที่มาเรียนพลาส์ (MarienPlaz) คนเยอะมาก เพราะอากาศดี
คือเมืองนอกนี่นะ ถ้าอากาศไม่ดี (ฝนตก ฟ้าปิด) จบกัน ความงามหายไปเลย แต่ถ้ามีแดดนี่... อื้อหือ


อันนี้เค้าเป็นคนนะเคอะ เป็น Street Performance มีให้เห็นทั่วไปทุกย่านชุมชนใหญ่ๆ ทั่วยุโรปล่ะ อันนี้ประทับใจ เพราะเค้าลงทุนดี มีน้ำไหลออกมาจากมือ จากผมได้ด้วย ว่างๆพี่แกก็ฉีดน้ำใส่สาวๆเรียกร้องความสนใจ... เฮ้อ...
เอาล่ะ จบตอน (เหนื่อยอัพรูปน่ะ)

Thursday, August 9, 2007

Munich Airport - Munich day 1 end

สนามบินมิวนิคมีสองเทอมินอล ถ้าบินเครื่องใหญ่เข้ามิวนิค (ระหว่างประเทศ นอกยุโรป) น่าจะเข้าที่เทอมินอลหนึ่ง
ส่วนถ้าบินด้วยเครื่องบินเล็กแบบข้าพเจ้าจะเข้าที่เทอมินอลสอง ซึ่งทำให้ทุกคนที่ต้องการเข้าเมืองด้วย S-Bhan and U-Bhan
(ระบบรถไฟ และอันเดอร์กราวน์ตามลำดับ) ต้องเดินมาที่ส่วนกลางระหว่างเทอมินอลทั้งสอง ซึ่งหาไม่ยากเลย แถมมีวอลเล่ย์บอลชายหาดให้ดูอีกแน่ะ

พอเห็นป้ายเขียวๆ ตัว S ก็ตามลงไปเล้ย... ลงมาก็จะเจอแบบนี้

ไอ้เครื่องจ่ายตั๋วนี่อาจทำให้เรางงๆ เอ๋อๆ ได้เนื่องจากมีหลายราคา และตั๋วหลากหลายแบบ โชคดีหน่อยที่สถานีนี้มีตู้ที่เป็นภาษาอังกฤษด้วย
แต่ส่วนใหญ่ไม่มีนะจ๊ะ
ข้อแนะนำก็คือ มาคนเดียวราคานึง ต้องยอมแพง แต่ถ้ามาสามถึงห้าคน จะได้อีกราคาหนึ่งซึ่งถูกกว่า แต่ถ้าไปกันสองคนต้องคำนวณกันหน่อย เพราะบางทีซื้อตั๋วคนเดียวสองใบอาจจคุ้มกว่า ที่นี่ถ้าจะเข้าไปใจกลางเมืองเลยจากสนามบินให้ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว ราคา 8.80 Euro มันจะเป็นการเดินทางเที่ยวเดียวผ่านสี่เขต
ดูที่ภาษามีหลักง่ายๆคือ ถ้าเจอคำว่า single แน่นอนว่า ตูมาคนเดียว
คำว่า Tageskarte แปลความได้ว่า Day card คือใช้ขึ้นไรก็ได้ ภายในหนึ่งวัน (train, underground, bus, tram)
คำว่า Gesamtnetz คือ ring ตั้งแต่หนึ่งถึงสิบหก หารด้วยสี่ก็ได้ สี่เขตพอดิบพอดี
ซื้อตั๋วเสร็จเอาตั๋วที่ได้ไปเสียบไอ้เครื่องสีน้ำเงินนี่ก่อนเลยกันพลาด เพราะคงไม่มีใครซื้อตั๋วเก็บไว้รอบหน้าใช่ม่ะ ซื้อปั๊ปมันก็ต้องใช้เลยถูกป่ะ
ถ้าไม่เสียบไอ้เครื่องที่ว่านี่จะเป็นไงน่ะเหรอ หึๆ ถ้าโดนตรวจขึ้นมา ก็สี่สิบยูโรนะคะ อิอิ
จากสนามบินนั่งรถไฟสายเอสมา ก็ต้องมาลงที่นี่เลยใจกลางมิวนิค ไปไหนมาไหน เป็นต้องผ่านที่นี่ทุกที MarienPlaz
เราต้องนั่งรถขึ้นไปทางเหนือ เพื่อไปที่โรงแรมน่ะ
และแล้วก็มาถึงโรงแรม ที่ชื่อว่า Mercure ถ้าเดินทางในยุโรปก็จะเจอโรงแรมนี้ทุกที่เลยก็ว่าได้ มีทั้งแบบหรูหรา และประหยัด แต่ยังอยู่ในระดับดีหน่อย
ตอนที่มานี่ได้โปรโมชั่นสองคืน คืนละ ห้าสิบเก้ายูโร ก็ประมาณเกือบสามพันบาท ถ้าจะเอาถูกกว่านี้ (ประมาณ ยี่สิบกว่ายูโร ก็เท่ากับพันกว่าบาท ต้อง Youth Hostel เท่านั้นล่ะค่า) จะบอกว่าโรงแรมนี้กว้างขวางและมีออปชั่นห้องพักดีกว่าที่ไปพักลอนดอนคืนล่ะ เกือบสองร้อยยูโรอีกนะ (ขอบ่นอีกหน่อย)เออ แต่ยังไมได้เล่าทริปลอนดอนเลยนี่หว่า งวดหน้านะ

เอาล่ะ มาถึงโรงแรม จัดข้าวจัดของ แต่เพื่อนร่วมเดินทางยังไม่มา ทำไงดีล่ะ ไปเที่ยวก่อนละกัน
ก็เลยขอไปดู สนามของทีม Bayern Munchen เค้าซะหน่อย (Allianz Arena)
หาทางไปง่ายมั่กๆ เห็นรูปลูกฟุตบอลป่ะ ตามไปได้เลย อะไรจะช่วยกันขนาดนี้เนี้ยะ

ถึงแล้วสถานี Frottmaning หรูหราสวยใสกว่าทุกสถานี แต่เนื่องจากเวลาจะสามทุ่มแล้ว ไม่รู้จะมีรถไฟกลับหรือเปล่ามันเงียบวังเวงพิกล
เห็นรถไฟจอดนิ่งสนิทไม่ไปไหน มีเวลาบอกประมาณว่าอีก สี่นาทีชั้นจะกลับแล้วนะ เลยรีบวิ่งขอไปเห็นหน้าสนามก็ยังดี
เอ่อ เห็นแล้วสนาม แต่จากการคำนวณระยะทาง เฮ้อ สี่นาทีไม่ทันหรอกว่ะ กลับก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยมาใหม่... (แม่งไม่ยอมเปิดไฟวะ... น่านไปโกรธเค้าอีก)

กลับมาโดยสวัสดิภาพ เจอเพื่อนฝูงแล้ว เยอรมันนี่ก็ต้องดื่มเบียร์ล่ะนะ ยี่ห้อนี่โด่งดัง ไม่รู้อร่อย หรือว่าเพราะร้านกันแน่ มันเป็นเบียร์ของร้าน Hofbrauhaus

เอาล่ะ แค่ครึ่งลิตรก็ย่ำแย่ละ กลับรร.นอน พรุ่งนี้ไปเที่ยว เย้ๆๆๆๆ

Wednesday, August 8, 2007

Munich day 1 - Munich Airport

ออกเดินทางกันด้วยเครื่องของ Luxair อันนี้จริงๆแล้วพลาดครับ
เนื่องจากใกล้วันเดินทาง (นัดกับอาจารย์ไว้ที่นั่น) รวมถึงเคยจองแต่สายการบินนี้
เลยโดนไป สองร้อยห้าสิบยูโร T_T น้ำตาแทบร่วง
เที่ยวบิน ก็ตามรูปครับ
ประเทศลักเซมเบิร์กนี่ ป่าไม้เยอะมากครับ เรียกได้ว่า กว่าห้าสิบเปอร์เซนต์ของพื้นที่ทั้งหมดเป็นป่าไม้
เพราะฉะนั้นที่นี่เป็นสุดยอดของการแคมป์ปิ้งก็ว่าได้ เนื่องจากมีให้คุณเลือกป่าสน ป่าอื่นๆ ป่าหิน ป่าต้นน้ำ
เขื่อนที่สวยมากๆ รวมถึงทะเลสาบ นี่เค้าก็เพิ่งจัดกีฬาแบบไตรกีฬากันไป (แบบเก็บคะแนน แต่มันยังไงก็ไม่ทราบรายละเอียดนะ)
เที่ยวบินที่มาแวะรับผู้โดยสารที่สนามบิน saacbruken (เยอรมัน) จอดกันประมาณสิบห้านาทีก็ออกเดินทางต่อ

ถึงแล้วสนามบินมิวนิค Munich หรือมุ่นเชิ่น Munchen มีการต้อนรับข้าพเจ้าด้วยกีฬา วอลเล่ย์บอลชายหาด
...ครับไม่ผิดครับ วอลเล่บอลชายหาดจริงๆ มีสามสนาม จัดกันกลางสนามบินเลย โอวววว แต่งตัวกัน จ๊าบส์จริงๆ
(แต่ไม่โพสหรอกนะ สำหรับนักกีฬาหญิง พวกชอบดูเยอะนัก หึ)
เอาล่ะติดตามตอนต่อไป การเดินทางเข้าตัวเมือง ไม่ง่าย และไม่ยากถ้ารู้... (เอ๊ะยังไง ก็นี่ไงเด๋วจะบอก)

Thursday, August 2, 2007

เอารูปก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นมาฝาก

เด๋วจะหาว่าโม้...
อันนี้กุ้งทอดกับ ต้มยำเห็ด หัวกุ้งจมอยู่ข้างล่าง